เรื่องเล่าทั้งหมด

เรื่องราวเล่าขาน ตำนานตานี

เรื่องเล่าจากทายาท รุ่นที่ 2 โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์  
ข้อมูลทั่วไป
รหัสเรื่องเล่า68
เรื่องเรื่องเล่าจากทายาท รุ่นที่ 2 โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์
หมวดหมู่แหล่งเรียนรู้ปัตตานีศึกษา
เป็นเรื่องเล่าของอำเภอเมืองปัตตานี
เป็นเรื่องเล่าของตำบลสะบารัง
ผู้บันทึกเรื่องเล่ากมลทิพย์ หลงหา (kamonthip.i)
วันที่บันทึกข้อมูล21/02/2020

ข้อมูลจำเพาะประจำเรื่องเล่า

ข้อมูลเรื่องเล่า
รายละเอียดเรื่องเล่า

นางสาวสมพิศม์ วรคามิน ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของโรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ว่า โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยคุณพ่อและคุณแม่ของท่าน ก่อน พ.ศ. ๒๔๘๐ เดิมใช้ชื่อว่า “โรงเรียนวรคามินอนุบาล” เนื่องจากในระยะแรกเปิดรับเด็กเล็กเข้ามาเรียนเป็นหลัก ในขณะนั้นคุณพ่อรับราชการในตำแหน่ง รองอำมาตย์ตรีเชื้อ ส่วนคุณแม่ คือ นางสอางค์ วรคามิน ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน
นางสาวสมพิศม์เล่าว่า ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งหมด ๘ คน ได้แก่
๑. นางสาวสมจิตต์ วรคามิน
๒. นางสาวสมพิศม์ วรคามิน
๓. นางสาวสมนิตย์ วรคามิน
๔. นางสมพัทล์ เพชรคุ้ม
๕. นางสาวสมปัตต์ วรคามิน
๖. นางสาวสมศรี วรคามิน
๗. นางสาวสมรัตน์ วรคามิน
๘. นายอัสนี วรคามิน
ปัจจุบัน พี่น้องร่วมบิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่มีจำนวน ๒ คน ได้แก่ นางสาวสมพิศม์ วรคามิน นางสาวสมนิตย์ วรคามิน และนางสมพัทล์ เพชรคุ้ม
เดิมครอบครัวของคุณพ่อมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาคุณพ่อได้รับคำสั่งย้ายมารับราชการประจำจังหวัดปัตตานี คุณแม่สอางค์จึงเดินทางติดตามมาด้วย เมื่อคุณพ่อมารับราชการที่ สำนักงานป่าไม้จังหวัด คุณแม่สอางค์ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านและเลี้ยงดูลูกอยู่ที่บ้าน ด้วยความที่คุณแม่เป็นผู้มีจิตใจเมตตา จึงเกิดแนวคิดที่จะรับสอนและดูแลเด็กเล็ก ๆ จากบ้านใกล้เรือนเคียง ซึ่งในขณะนั้นเด็กเหล่านี้ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้ารับการศึกษาตามระบบ

นางสาวสมพิศม์เล่าถึงบรรยากาศในช่วงเริ่มต้นว่า มีชาวบ้านและผู้ที่สนใจนำบุตรหลานมาฝากให้คุณแม่ดูแลและสอนหนังสือ แม้จะมีจำนวนไม่มากนัก โดยเปิดบ้านพักเป็นสถานที่เรียนการสอน ตัวบ้านในสมัยนั้นมี ฝาบ้านเป็นไม้สานขัด ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของโรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นไม่นาน คุณแม่สอางค์ได้เสียชีวิตจากภาวะแท้งบุตร ต่อมาเกิดเหตุการณ์ สงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อทหารญี่ปุ่นบุกเข้ามาในเมืองปัตตานี และเข้ายึดสถานที่ราชการ บ้านพัก รวมถึงโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ คุณพ่อซึ่งเป็นยุวชนทหาร ได้เสียชีวิตภายในบ้านพักจากการถูกทหารญี่ปุ่นใช้หอกปลายปืน ในขณะนั้น พี่สมจิตต์มีอายุ ๑๗ ปี ส่วนนางสาวสมพิศม์มีอายุ ๑๕ ปี ต้องรับภาระดูแลน้อง ๆ อีก ๖ คน ทั้งสองจึงพาน้อง ๆ เดินทางหลบหนีทหารญี่ปุ่นไปยังอำเภอมายอ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก คุณมงคล เพ็ญแข ซึ่งเป็นเจ้านายของคุณพ่อในขณะนั้น ครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ที่มายอเป็นเวลาประมาณ ๒ เดือน เมื่อสถานการณ์สงบลง นางสาวสมพิศม์และพี่สมจิตต์จึงพาน้อง ๆ ทั้ง ๖ คนเดินทางกลับมายังบ้านในตัวเมืองปัตตานี

นางสาวสมพิศม์เล่าว่า ในช่วงเวลานั้น พี่สมจิตต์ต้องทำหน้าที่เสมือนเป็นทั้งพ่อและแม่ของน้อง ๆ แม้จะมีอายุเพียง ๑๗ ปี แต่พี่สมจิตต์เป็นคนเข้มแข็งและมีความรับผิดชอบอย่างมาก เมื่อกลับมายังบ้าน พี่สมจิตต์ได้ตัดสินใจฟื้นฟูโรงเรียนของคุณพ่อและคุณแม่ให้กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง ในระยะแรกของการฟื้นฟูโรงเรียน ได้มีการสร้างห้องเรียนอย่างเรียบง่าย โดยยกเสาและทำหลังคา ส่วนผนังใช้ ฝาไม้ไผ่ขัดแตะ นักเรียนนั่งเรียนบนพื้นดิน และใช้ลังไม้เก่า ๆ ดัดแปลงเป็นโต๊ะเรียน ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาและปรับปรุงสถานที่จนกลายเป็นอาคารเรียนถาวรในเวลาต่อมา ในช่วงนั้นโรงเรียนเปิดสอนในระดับชั้นบริบาล มีนักเรียนมาเข้าเรียนเกือบ ๕๐ คน สำหรับค่าเล่าเรียนในยุคนั้น ผู้ปกครองบางรายสามารถชำระค่าเล่าเรียนได้ ขณะที่บางรายไม่มีเงินชำระ คุณแม่เป็นผู้มีจิตใจเอื้อเฟื้อและเห็นอกเห็นใจผู้ปกครองที่มีฐานะยากจน ส่วนครอบครัวที่มีฐานะพอจะช่วยเหลือได้ จะช่วยค่าเลี้ยงดูเด็กประมาณคนละ ๑ บาท สำหรับเด็กที่ผู้ปกครองไม่มีเงิน พี่สมจิตต์ซึ่งมีความสามารถในการทำขนม จึงทำขนมออกจำหน่ายเพื่อนำรายได้มาเป็นทุนสำหรับดูแลเด็ก ๆ ด้วยตนเอง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเสียสละในการดำเนินกิจการโรงเรียนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ครูผู้สอนในช่วงเวลานั้นประกอบด้วย ครูสมจิตต์ วรคามิน ครูสมพิศม์ วรคามิน ครูวีณา บัวแย้ม และครูสงวนตรี มนตรีกุล ณ อยุธยา ซึ่งครูบางท่านเป็นเพื่อนของพี่สมจิตต์
ในด้านการแต่งกายของนักเรียนในยุคนั้น ยังไม่มีเครื่องแบบที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เด็ก ๆ แต่งกายตามสบายในลักษณะชุดที่สวมใส่อยู่ที่บ้าน และไม่ได้จำกัดอายุของผู้เรียน สำหรับการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนไม่ได้มุ่งเน้นด้านวิชาการเป็นสำคัญ แต่ให้ความสำคัญกับ คุณธรรมและจริยธรรม เป็นหลัก เพื่อปลูกฝังให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นคนดีของสังคม ต่อมา พี่สมจิตต์ได้ซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติม เพื่อขยายการจัดการศึกษาและเปิดเป็นโรงเรียนแผนกประถมศึกษา ตั้งแต่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑–๔ โดยรวบรวมที่ดินจากโฉนดของเจ้าของที่ดินหลายรายมารวมกันเป็นที่ดินผืนเดียว เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดการเรียนการสอน ที่ดินส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้นเป็นที่ดินของ ตระกูลอาลีอิสเฮาะ ซึ่งเป็นที่ดินของคุณสนั่น อาลีอิสเฮาะ และบรรดาบุตรของคุณสนั่น อาลีอิสเฮาะ ทุกคนต่างเข้าศึกษาที่โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์
นอกจากนั้น นางสาวสมพิศม์ยังเล่าถึงตระกูลเก่าแก่อีกตระกูลหนึ่งที่ส่งบุตรหลานเข้าศึกษาที่โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ คือ โต๊ะครูฮัจยีสุหลง ฮับดุลกอเดร์ หรือโต๊ะมีนา ซึ่งเป็นโต๊ะครูที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น โดยท่านได้ส่งลูก ๆ ทุกคนเข้าศึกษาที่โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์เช่นกัน ด้วยความขยัน ความตั้งใจ และความทุ่มเทในการทำงานของพี่สมจิตต์ ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ทำให้โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ได้รับความนิยมและมีนักเรียนเข้าศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในช่วงหนึ่งมีนักเรียนเกือบ ๑,๐๐๐ คน
ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ นางสาวสมนิตย์ วรคามิน ผู้อำนวยการโรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ ได้นำ วงดุริยางค์ของโรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ เข้าร่วมรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สนามบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของโรงเรียนและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญของจังหวัดปัตตานีในช่วงเวลานั้น อีกทั้งยังเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คณะครู นักเรียน และครอบครัววรคามิน
จากโรงเรียนเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากการเปิดบ้านรับสอนและดูแลเด็กเล็ก ๆ ในชุมชน โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ได้ค่อย ๆ พัฒนาและเติบโตขึ้นจากความมุ่งมั่น ความเสียสละ และความตั้งใจของครอบครัววรคามิน ตลอดจนความไว้วางใจของผู้ปกครองและชุมชน จนกลายเป็นสถานศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการให้การศึกษาแก่เยาวชนในจังหวัดปัตตานี
ปัจจุบัน ณ ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์มีนักเรียนประมาณ ๗๐๐–๘๐๐ คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษารวมประมาณ ๖๐ คน และเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับ ชั้นบริบาล ชั้นอนุบาล ชั้นประถมศึกษา จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของโรงเรียนที่เติบโตจากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในอดีต และยังคงทำหน้าที่เป็นสถานศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนมาจนถึงปัจจุบัน

สถานที่เกิดเรื่องเล่าเลขที่ 5 ถนน วรคามิน ตำบล สะบารัง อำเภอ เมืองปัตตานี ปัตตานี 94000
ช่วงเวลาที่เกิดเรื่องเล่าปี พ.ศ 2480 - 2514
สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
  • สื่อประกอบเรื่องเล่าประเภทภาพถ่าย
คำสำคัญโรงเรียนวรคามินอนุสรณ์,โต๊ะครู
คุณค่า/การต่อยอด

เป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • โรงเรียนวรคามินอนุบาล โรงเรียนเอกชนแห่งแรกในจังหวัดปัตตานี

ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่
ชื่อสถานที่โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์
ที่ตั้งเลขที่ 5 ถนน วรคามิน ตำบล สะบารัง
อำเภอเมืองปัตตานี, ปัตตานี 94000
Map It
ช่วงเวลาทำการ

เปิดทำการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 น. -16.30 น. ปิดทำการวันเสาร์ -อาทิตย์

ข้อมูลการติดต่อ

เลขที่ 5 ถนน วรคามิน ตำบล สะบารัง
อำเภอ เมืองปัตตานี ปัตตานี 94000
โทรศัทพ์ : 073-336-128
โทรสาร : 073-312-247
Hotmail : wo_or.pn@hotmail.com
Gmail : vorakaminanusorn.pn@gmail.com


ข้อมูลแหล่งที่มา
ชื่อ-สกุล ผู้ให้สัมภาษณ์นางสาวสมพิศม์ วรคามิน
ที่อยู่และข้อมูลการติดต่อ

เลขที่ 5 ถนน วรคามิน ตำบล สะบารัง อำเภอ เมืองปัตตานี ปัตตานี 94000

สถานภาพหรือความสำคัญที่ได้มาเป็นคนเล่าเรื่อง

เป็นผู้จัดการโรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2534 นางสาวสมพิศม์ วรคามิน ได้รับคัดเลือกเป็นผู้มีผลงานด้านจริยศึกษาดีเด่น ประจำปี 2534 ของกระทรวงศึกษาธิการ

วันที่สัมภาษณ์20/02/2020